SEO
Keyword Research คืออะไร? วิธีหาคีย์เวิร์ดทำ SEO ที่ลูกค้าค้นหาจริง
โดย ทีม AMJAKA Studio · อัปเดต · อ่าน 8 นาที

Keyword Research คือการค้นหาและเลือกคำที่กลุ่มลูกค้าใช้พิมพ์ค้นหาบน Google เพื่อนำมาวางแผนหน้าเว็บและเนื้อหา โดยดูจากปริมาณการค้นหา ความยากในการแข่งขัน และเจตนาของผู้ค้นหา (Search Intent) เป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดของการทำ SEO เพราะกำหนดว่าเว็บไซต์จะไปแข่งในคำไหน
ทำไมต้องทำ Keyword Research ก่อนทำ SEO
คำที่เจ้าของธุรกิจใช้เรียกบริการของตัวเอง มักไม่ใช่คำที่ลูกค้าพิมพ์ค้นหา ถ้าเขียนเนื้อหาจากความคุ้นเคยของเราเอง เว็บไซต์อาจติดอันดับในคำที่ไม่มีใครค้นหา หรือไปแข่งในคำที่ยากเกินกว่าจะชนะ Keyword Research ช่วยให้ลงแรงกับคำที่มีคนค้นหาจริงและมีโอกาสติดอันดับ
ตัวชี้วัดที่ต้องดูในการเลือกคีย์เวิร์ด
| ตัวชี้วัด | ความหมาย | ใช้ตัดสินใจอย่างไร |
|---|---|---|
| Search Volume | จำนวนครั้งที่คนค้นหาคำนั้นต่อเดือน | บอกขนาดโอกาส แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียว |
| Keyword Difficulty (KD) | ความยากในการติดหน้าแรก (0–100) ตามที่เครื่องมือประเมิน | เว็บไซต์ใหม่ควรเริ่มจากคำที่ KD ต่ำ |
| Search Intent | ผู้ค้นหาต้องการอะไร: หาข้อมูล เปรียบเทียบ หรือพร้อมซื้อ | เลือกประเภทหน้าให้ตรงเจตนา |
| Traffic Potential | ผู้เข้าชมทั้งหมดที่หน้าอันดับ 1 ได้จากทุกคำในหัวข้อเดียวกัน | คำเล็กบางคำมีศักยภาพรวมสูงกว่าที่เห็น |
| SERP Features | สิ่งที่แสดงบนหน้าผลการค้นหา เช่น AI Overview หรือกล่องแผนที่ | บอกว่าต้องทำ AEO หรือ Local SEO ร่วมด้วยหรือไม่ |
Search Intent 4 แบบ
| Intent | ผู้ค้นหาต้องการ | ตัวอย่างคำค้นหา | ประเภทหน้าที่เหมาะ |
|---|---|---|---|
| Informational | หาความรู้หรือคำตอบ | seo คือ, aeo คือ | บทความ, คู่มือ |
| Navigational | ไปที่แบรนด์หรือเว็บไซต์ที่รู้จัก | google my business, amjaka studio | หน้าแบรนด์, หน้าแรก |
| Commercial | เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ | บริษัทรับทำเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์ ราคา | หน้าบริการ, หน้าราคา |
| Transactional | พร้อมซื้อหรือติดต่อ | รับทำเว็บไซต์, รับทำ seo | หน้าบริการพร้อมช่องทางติดต่อ |
วิธีทำ Keyword Research ทีละขั้นตอน
- ลิสต์หัวข้อตั้งต้นจากบริการ สินค้า และคำถามที่ลูกค้าถามทีมขายบ่อย
- ขยายรายการคำด้วยเครื่องมือ เช่น Google Keyword Planner, คำค้นหาใน Google Search Console, คำแนะนำและ “คำถามที่ผู้คนถามด้วย” บน Google, Google Trends หรือเครื่องมือแบบเสียเงินอย่าง Ahrefs และ Semrush
- ดูตัวชี้วัดของแต่ละคำ: ปริมาณการค้นหา ความยาก เจตนา และสิ่งที่แสดงบนหน้าผลการค้นหา
- จัดกลุ่มคำที่มีความหมายเดียวกัน (Keyword Cluster) เช่น “รับทำเว็บไซต์” กับ “บริษัทรับทำเว็บไซต์”
- จับคู่หนึ่งกลุ่มคำกับหนึ่งหน้า ไม่ให้หลายหน้าแย่งคำเดียวกัน (Keyword Cannibalization)
- จัดลำดับความสำคัญ: เริ่มจากคำที่เจตนาใกล้การซื้อและแข่งไม่สูง แล้วค่อยขยับไปคำใหญ่
- ติดตามอันดับและคำค้นหาจริงใน Search Console แล้วปรับแผนทุกไตรมาส
ตัวอย่างจริง: Keyword Research ของเว็บไซต์ AMJAKA Studio
นี่คือส่วนหนึ่งของข้อมูลที่เราใช้วางโครงสร้างเว็บไซต์นี้เอง (ข้อมูลจาก Ahrefs ประเทศไทย ตุลาคม 2026) และหน้าที่เราเลือกให้รับผิดชอบแต่ละคำ:
| คีย์เวิร์ด | ค้นหา/เดือน | KD | หน้าที่รับผิดชอบ |
|---|---|---|---|
| รับทำเว็บไซต์ | 1,100 | 37 | หน้าแรก |
| รับออกแบบเว็บไซต์ | 600 | 0 | หน้าแรก |
| รับทำ ai search | 500 | – | หน้ารับทำ AI Search |
| aeo คือ | 400 | 0 | หน้ารับทำ AEO |
| รับทำเว็บไซต์ติดหน้าแรก google | 150 | – | หน้ารับทำเว็บไซต์ SEO |
| google my business | 6,600 | 2 | บทความ Google Business Profile |
สังเกตว่าคำที่มีคนค้นหามากที่สุดไม่ได้ยากที่สุดเสมอไป และคำอย่าง “aeo คือ” ที่มี KD เป็น 0 คือโอกาสที่เว็บไซต์ใหม่ชนะได้เร็ว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เลือกแต่คำที่มีคนค้นหาเยอะ โดยไม่ดูความยากและเจตนา
- ให้หลายหน้าแข่งกันในคำเดียวกัน จน Google ไม่รู้ว่าควรแสดงหน้าไหน
- ยัดคีย์เวิร์ดซ้ำๆ จนอ่านไม่เป็นธรรมชาติ
- ทำ Keyword Research ครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาดูอีก ทั้งที่พฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนตลอด
สรุป
Keyword Research ที่ดีตอบ 3 คำถาม: ลูกค้าค้นหาคำอะไร พวกเขาต้องการอะไรจากคำนั้น และเว็บไซต์ของเรามีโอกาสชนะแค่ไหน เมื่อได้คำตอบแล้ว ให้จับคู่แต่ละกลุ่มคำกับหน้าที่เหมาะสม แล้วค่อยลงมือเขียนเนื้อหา
อยากรู้ว่าลูกค้าของคุณค้นหาคำอะไร?
ทุกแพ็คเกจทำเว็บไซต์ของเรามีบริการวิเคราะห์คีย์เวิร์ด และวางโครงสร้างหน้าเว็บตามคำที่ลูกค้าค้นหาจริง ปรึกษาฟรี