Analytics
Google Analytics 4 (GA4) คืออะไร? วิธีติดตั้งและดูว่าลูกค้ามาจากไหน
โดย ทีม AMJAKA Studio · อัปเดต · อ่าน 8 นาที

Google Analytics 4 (GA4) คือเครื่องมือวัดผลเว็บไซต์และแอปของ Google ใช้ได้ฟรี บอกได้ว่ามีคนเข้าเว็บไซต์กี่คน มาจาก Google, Facebook, LINE หรือโฆษณา และทำอะไรบนเว็บ เช่น ดูหน้าไหน กดโทร หรือส่งฟอร์ม GA4 มาแทน Universal Analytics ซึ่งหยุดเก็บข้อมูลไปตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2023
Google Analytics 4 คืออะไร
GA4 คือ Google Analytics รุ่นปัจจุบัน ทำงานด้วยการติดโค้ดสั้นๆ บนทุกหน้าของเว็บไซต์ เมื่อมีคนเข้าเว็บ โค้ดจะส่งข้อมูลการใช้งานไปที่ Google Analytics แล้วแสดงเป็นรายงาน เจ้าของธุรกิจจึงรู้ว่าการตลาดช่องทางไหนพาลูกค้ามาได้จริง
GA4 เก็บข้อมูลแบบ Event คือการกระทำทุกอย่างของผู้ใช้ เช่น เปิดหน้า เลื่อนหน้า หรือคลิก ถูกบันทึกเป็นเหตุการณ์ (Event) ทำให้วัดสิ่งที่สำคัญกับธุรกิจได้ละเอียดกว่าแค่จำนวนหน้าที่ถูกเปิด
GA4 ต่างจาก Universal Analytics อย่างไร
| Universal Analytics (UA) | Google Analytics 4 | |
|---|---|---|
| สถานะ | หยุดเก็บข้อมูลตั้งแต่ 1 ก.ค. 2023 | เวอร์ชันปัจจุบัน |
| รูปแบบข้อมูล | นับตาม Session และ Pageview | นับทุกอย่างเป็น Event |
| ค่าชี้วัดการมีส่วนร่วม | Bounce Rate | Engagement Rate (และ Bounce Rate แบบใหม่) |
| เป้าหมาย | Goals | Key Events (เดิมเรียก Conversions) |
| เว็บกับแอป | แยกกัน | รวมในพร็อพเพอร์ตีเดียวได้ |
วิธีติดตั้ง GA4 ทีละขั้นตอน
- เข้า analytics.google.com ด้วยบัญชี Google ของธุรกิจ แล้วสร้างบัญชี (Account) และพร็อพเพอร์ตี (Property) ตั้งเขตเวลาเป็นประเทศไทยและสกุลเงินเป็นบาท
- สร้าง Data Stream แบบ Web ใส่ URL ของเว็บไซต์ แล้วจะได้ Measurement ID ที่ขึ้นต้นด้วย G-
- ติดโค้ดบนทุกหน้า ผ่าน Google tag (gtag.js) หรือ Google Tag Manager ซึ่งจัดการแท็กหลายตัวได้ง่ายกว่า
- เปิด Enhanced Measurement เพื่อเก็บ Event พื้นฐานอัตโนมัติ
- ตั้งค่า Key Event สำหรับสิ่งที่สำคัญกับธุรกิจ เช่น ส่งฟอร์ม กดโทร หรือกดทัก LINE
- ตรวจว่าข้อมูลเข้าในรายงาน Realtime และ DebugView
- เชื่อม GA4 กับ Google Search Console และ Google Ads
Event และ Key Event ที่ควรตั้งค่า
เมื่อเปิด Enhanced Measurement แล้ว GA4 จะเก็บ Event เหล่านี้ให้อัตโนมัติ: การดูหน้า การเลื่อนหน้าจนเกือบสุด การคลิกลิงก์ออกนอกเว็บ การค้นหาในเว็บ การดูวิดีโอ YouTube ที่ฝังไว้ การดาวน์โหลดไฟล์ และการโต้ตอบกับฟอร์ม
แต่การกระทำที่บอกว่าได้ลูกค้าจริง มักต้องตั้งเพิ่มเองแล้วทำเครื่องหมายเป็น Key Event:
- ส่งฟอร์มติดต่อหรือขอใบเสนอราคาสำเร็จ
- กดปุ่มโทร (ลิงก์ tel:)
- กดปุ่มทัก LINE หรือเพิ่มเพื่อน LINE OA
- สั่งซื้อสำเร็จ พร้อมมูลค่าคำสั่งซื้อ (สำหรับเว็บขายสินค้า)
รายงาน GA4 ที่เจ้าของธุรกิจควรดู
| รายงาน | ตอบคำถาม |
|---|---|
| Realtime | ตอนนี้มีคนอยู่บนเว็บกี่คน ใช้ตรวจว่าติดตั้งถูกต้อง |
| Acquisition → Traffic acquisition | ผู้ใช้มาจากช่องทางไหน เช่น Organic Search, Paid Search, Social หรือ Direct |
| Engagement → Pages and screens | หน้าไหนมีคนดูมากที่สุด และอยู่นานแค่ไหน |
| Engagement → Events / Key events | เกิดการติดต่อหรือสั่งซื้อกี่ครั้ง จากช่องทางไหน |
| Search Console (เมื่อเชื่อมแล้ว) | คนค้นหาคำอะไรบน Google แล้วเข้าเว็บ |
ถ้ายิงโฆษณาหรือแชร์ลิงก์ในหลายที่ ให้ใส่พารามิเตอร์ UTM ในลิงก์ GA4 จะแยกได้ว่าคนมาจากแคมเปญหรือโพสต์ไหน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ติดโค้ดซ้ำ 2 ที่ เช่น ทั้งในธีมเว็บไซต์และใน Tag Manager ทำให้นับซ้ำ
- ไม่ได้ตั้ง Key Event เลยไม่รู้ว่าช่องทางไหนได้ลูกค้า รู้แค่จำนวนคนเข้าเว็บ
- ไม่ได้ขยายระยะเวลาเก็บข้อมูล ค่าเริ่มต้นคือ 2 เดือน พร็อพเพอร์ตีปกติขยายได้ถึง 14 เดือน มีผลกับรายงาน Explorations
- ไม่กรองทราฟฟิกของทีมงานเอง ทำให้ตัวเลขสูงเกินจริงในเว็บที่คนเข้าน้อย
- สร้างพร็อพเพอร์ตีด้วยบัญชีส่วนตัวของพนักงานหรือเอเจนซี ธุรกิจควรเป็นเจ้าของบัญชีเอง แล้วเพิ่มสิทธิ์ให้คนอื่น
สรุป
GA4 คือเครื่องมือฟรีที่บอกว่าลูกค้ามาจากไหนและทำอะไรบนเว็บไซต์ ติดตั้งให้ครบทุกหน้า ตั้ง Key Event สำหรับการติดต่อและการสั่งซื้อ ขยายระยะเวลาเก็บข้อมูล และเชื่อมกับ Search Console แล้วจะใช้ข้อมูลตัดสินใจได้ว่าควรลงเงินกับการตลาดช่องทางไหน
อยากรู้ว่าการตลาดช่องทางไหนได้ลูกค้าจริง?
เราติดตั้ง GA4, Google Tag Manager, Meta Pixel และ LINE Tag พร้อมตั้ง Key Event และ Cookie Consent ตาม PDPA ให้เว็บไซต์ของคุณ ปรึกษาฟรี